5 สัญญาณที่บ่งบอกว่า น้องหมาเข้าใกล้วัยเกษียณ

โดยทั่วไป น้องหมาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป เราจะถือว่าน้องหมานั้นเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้ว แน่นอนว่าในช่วงวัยนี้ อาการเจ็บป่วยมักจะเริ่มเข้ามาหาน้องหมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมักจะแสดงออกเป็นพฤติกรรมต่างๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่า ต้องดูแลน้องหมาให้ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว เพื่อให้เขามีอายุยืน และอยู่กับเราไปได้นานๆ

โดยทั่วไป น้องหมาที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป เราจะถือว่าน้องหมานั้นเข้าสู่วัยชราอย่างเป็นทางการ แต่นอกจากอายุแล้ว พฤติกรรมแปลกๆ ที่น้องแสดงออกมา ก็สามารถบ่งชี้ได้ว่าน้องเข้าสู่วัยชราแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งมักจะแสดงออกผ่านพฤติกรรม 5 อย่างนี้ หากคุณพ่อคุณแม่พบเห็น โปรดรู้ไว้ว่านี่เป็นสัญญาณบ่งบอกให้คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลน้องหมาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เขามีอายุยืน และอยู่กับเราไปได้นานๆ ค่ะ
1. ปกติเมื่อน้องหมาได้เห็นอาหารวางอยู่ตรงหน้า ก็มักจะเดินเข้าไปกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่เมื่อไหร่ที่น้องหมาเริ่มออกอาการไม่อยากอาหาร อาจเป็นไปได้ว่าน้องหมามีปัญหาสุขภาพ หรืออาจเป็นไปได้ว่าน้องเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้วก็เป็นได้

เนื่องจากเมื่อน้องหมามีอายุมากขึ้น ระบบประสาทและสมองจะเริ่มเสื่อมลง ส่งผลให้ประสาทการรับกลิ่นและลิ้มรสเสื่อมลงไปด้วย ทำให้น้องหมาเกิดอาการไม่สนใจอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า นอกจากนี้ การเผาผลาญพลังงานในร่างกายที่น้อยลง หรือการหลั่งฮอร์โมนที่ผิดปกติ ก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่โน้มนำให้น้องหมาเกิดอาการนี้ได้เช่นเดียวกัน

คงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากน้องหมายังคงไม่สนใจอาหาร เพราะในระยะยาวอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เนื่องจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ควรพาน้องไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยอาการ และหาทางในการดูแลรักษาต่อไปค่ะ

2. ความสดใสร่าเริงของน้องหมา เป็นหนึ่งพฤติกรรมที่แสดงว่าน้องหมามีสุขภาพดีเป็นปกติสุข แต่เมื่อไหร่ที่น้องหมาเริ่มมีอาการซึมๆ ไม่สดใสร่าเริง คุณพ่อคุณแม่ต้องเริ่มคิดแล้วล่ะค่ะว่าน้องหมาเป็นอะไร

ยิ่งน้องหมามีอาการซึม ชอบนอนอยู่กับที่ ไม่ค่อยลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนเหมือนแต่ก่อน สิ่งที่เป็นไปได้สำหรับกรณีนี้ คือข้อเข่าของน้องหมาเริ่มเสื่อมสภาพลง รวมไปถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้การเดินเหินไม่สะดวกเหมือนตอนที่น้องหมายังมีอายุน้อย

หากน้องหมายังพอเดินไหวอยู่ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาน้องไปเดินออกกำลังกายบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อยังสามารถทำงานได้อยู่ ร่วมกับการให้น้องได้กินอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงข้อกระดูกให้แข็งแรงขึ้น ช่วยฟื้นฟูและบรรเทาอาการเจ็บข้อเข่าเวลาเดินค่ะ

3. อาการหลงๆ ลืมๆ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง คล้ายๆ กับเวลาที่เรากำลังจะเดินไปหยิบอะไรสักอย่างในบ้าน แต่พอเดินไปถึงครึ่งทางก็กลับลืมเสียอย่างนั้น จนต้องเดินกลับมาที่เดิมเพื่อตามหาความทรงจำที่หายไป

เช่นเดียวกันกับน้องหมา เวลาที่น้องหมาเดินวนไปวนมาในบ้าน นั่นอาจเป็นเพราะน้องหมาเกิดอาการหลงๆ ลืมๆ ทำให้เดินวนไปวนมาเพื่อครุ่นคิดว่ากำลังจะทำอะไร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของอาการอัลไซเมอร์ ที่มักพบได้บ่อยในน้องหมาสูงวัย และบ่อยครั้งที่อาการเหล่านี้ ทำให้น้องหมามีความรู้สึกวิตกกังวลร่วมด้วย

การหากิจกรรมหรือเกมให้น้องเล่น รวมถึงการฝึกให้น้องทำตามคำสั่ง เป็นหนึ่งวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อช่วยดึงความสนใจของเขาออกมาจากอาการย้ำคิดย้ำทำ ทั้งยังช่วยกระตุ้นความทรงจำของน้องหมาได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

4. อาการเดินชนข้าวของในบ้าน, ไม่กล้าเดินขึ้น – ลงบันได หรือมองไม่เห็นชามข้าวที่วางไว้ อาจเป็นไปได้ว่าน้องหมามีปัญหาเกี่ยวกับสายตาอยู่ ทำให้การกะระยะผิดเพี้ยนไป และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ชัดเจน ซึ่งมักพบในน้องหมาที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

อาการเหล่านี้ เป็นผลจากการที่จอประสาทตาเริ่มเสื่อมสภาพ, การเกิดต้อกระจกที่ดวงตาของน้อง หรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับสายตาอื่นๆ ที่ทำให้ภาพที่เคยเห็นได้ชัดเจนเริ่มพร่ามัวลง ซึ่งมักพบในน้องหมาทุกสายพันธุ์ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หากคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ได้ไว ก็จะช่วยให้น้องหมาได้รับการรักษาจากคุณหมอได้ทันท่วงทีค่ะ

5. อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายน้องหมาเปลี่ยนไป เมื่อระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานน้อยลง โอกาสที่น้องหมาจะมีภาวะน้ำหนักเกินจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคเสื่อมอื่นๆ เกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และยังทำให้ข้อเข่าต้องรับภาระในการรับน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทำให้อาการข้อเข่าเสื่อมที่น้องเป็นอยู่แล้วยิ่งมีอาการแย่ลงไปอีก

การควบคุมอาหาร จำกัดปริมาณแคลอรี่ต่อวันให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และให้น้องหมาได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้น้องหมากลับมามีน้ำหนักและรูปร่างที่สมส่วนได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Intervetta

Related posts