ปราสาทสัจธรรม ปราสาทไม้ที่ใหญ่และอลังการที่สุดในโลก

ปราสาทสัจธรรม เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลืออำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เป็น ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า “วังโบราณ” หรือ “ปราสาทไม้” ทุก ๆ ชิ้นส่วนที่ถูกนำมาก่อสร้างปราสาทสัจธรรมแห่งนี้จะเป็นไม้ทั้งหมด แม้แต่ตัวล็อกที่เอาไว้เชื่อมไม้แกะสลักแต่ละชิ้น ไม่ได้ใช้ีตะปู แต่ใช้ แต่ใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย หรือ ใส่สลักไม้ ปราสาทสัจธรรมเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา จริยธรรม อารยธรรม วัฒนธรรมดีงามของชาวเอเชียตะวันออก ซึ่งสะท้อนถึงจริยธรรม วัฒนธรรมหน้าที่ศีลธรรมในอดีต สู่รูปองค์เทพต่างๆ เจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เรียกอาคารแห่งนี้ว่า”ปราสาทสัจธรรม”ภายใน ปราสาทได้แฝงเนื้อหาทางปรัชญา และศิลปวัฒนธรรมันเป็นมรดกของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนา ในฐานะเป็น เครื่องค้ำจุนโลก โดยเน้นหลักสำคัญคือ “ก่อกำเนิดทั้ง 7 และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4” ปราสาทสัจธรรมได้รับรางวัล ประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551

ด้านทิศตะวันตก (W)
เป็นเรื่องราวกำหนดโลกธาตุ ทั้ง 4 ที่สร้างสรรพสิ่งในทางโลกนี้ได้แก่ ลม ไฟ น้ำ ดิน ตามความเชื่อของศาสนาพรหม พุทธ ฮินดู มีเทพเจ้าผู้ทำหน้าที่สร้าง ทำลาย และรักษา อันเป็นภาพสะท้อนให้เป็นความเสมอภาคมนุษย์และสัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ซึ่งมีแหล่งกำเนิดทางกายภาพเหมือนกันหมดโดยอาศัยเหตุปัจจัยต่างกันเท่านั้น
ด้านทิศใต้ (S)
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระนารายณ์อวตารเป็นพระกฤษณะเรียกว่า กฤษณะอวตารปางที่ 8 สะท้อนให้เห็นมนุษย์จะอยู่ได้ด้วยการ เคารพสิทธิ์ ทำหน้าที่ถูกต้องและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอิทธิพลจากดวงดาวต่างๆ คือ สรรพสิ่งที่มีชีวิตและธาตุทั้ง 4 และ สังคมมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ดังตัวอย่างกฤษณะอวตาร ในคัมภีร์มหาภารตะ “ภควัตคีตา”
ด้านทิศเหนือ (N)
เป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ พระมัญชุศรี พระอมิตาพุทธ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร กวนอิม โป๊ยเซียนและเซียนต่างๆ ตามคติ ของชาวพุทธมหายาน ให้มนุษย์รู้จักการให้แบ่งปันความสุขโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เยี่ยงพฤติกรรมของพระโพธิสัตว์ ด้วยความมี เมตตาต่อกันมนุษย์จึงต้องเรียนรู้อยู่กับสังคมด้วยการมีสติปัญญาในสังคมเจริญพัฒนาเข้าสู่ปัญญาแห่งการหลุดพ้น
ด้านทิศตะวันออก (E)
สร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันครอบครัวที่บ่งถึงความรักและความเมตตาที่ต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ให้อยู่อย่างมีความหมาย โดยมีความรักความเมตตาอันบริสุทธิ์ให้สืบต่อเนื่องไป

ใจกลางปราสาท (CT)
เป็นห้องโถงใหญ่มีบุษบกทรงสถูปไม้แกะสลักสูงสง่างาม ไม่มีเทวรูปใดๆ ในช่องประตูทั้ง 4 ด้าน สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งความหลุดพ้น อันเป็นอมตะสัจธรรมและเป็นหนึ่งเดียวกับศูนย์กลางของจักรวาล คือ จักรวาลดวงดาวทั้ง 9 ดวง และเหล่านางฟ้า เทวดา เทพเจ้า ต่างๆ การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ยังชี้ให้เห็นถึงสวรรค์ที่อยู่ในอก นรกที่อยู่ในใจ และความศรัทธาในความถูกต้อง ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความดี คือ ละชั่วทั้งปวง
ยอดหลังคาพรหมสี่หน้า
สร้างให้เป็นสื่อถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง ทั้ง พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ผู้บริหาร ผู้นำประเทศ และพระเจ้าแผ่นดินที่ตั้งอยู่บน พรหมวิหารธรรม 4 คือ มีเมตตา มีความกรุณา มีมุทิตา มีอุเบกขา ซึ่งจะทำให้แผ่นดินนั้นอุดมด้วยมงคลอันประเสริฐ มีความเจริญ รุ่งเรือ คือ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ศาสนาในโลกนั้นเกิดขึ้นจากมนุษย์ด้วยเหตุผลว่าไม่มีกลไกใดๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ จะสามารถควบคุมจิตใจของมนุษย์ได้นอกจากความ “พอ” และ “ศรัทธา” ก็เพราะต้องอาศัยกำลังศรัทธาอย่างแรงกล้า พร้อมทั้ง ความอดทนต่อสภาพจิตใจและต่อธรรมชาติเป็นอย่างมากจึงจะรู้จักความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
บุษบก
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของปราสาท เรียบง่ายว่างเปล่าประหนึ่งบุษบกองค์นี้หลุดลอยอยู่ในจักรวาลที่บุคคลทั่วไปสามารถมีสิทธิ์เสมอเทียบเท่าเหล่าเทวดา หรือเทพเจ้า และสามารถนั่งได้ในทั้ง 4 ทิศ เมื่อบุคคลนั้นบำเพ็ญคุณธรรมความดีอย่างต่อเนื่องจนบรรลุธรรมวิเศษ คือการหลุดจากเหตุปัจจัยในการเกิดในวัฏสงสารอีกต่อไป นี่คือความสุขอันแท้จริง
ยอดบนปราสาท 4 ทิศ และยอดสูงสุดเป็นสัญลักษณ์สะท้อนให้เห็นพันธกิจอันสำคัญของมนุษย์คือ

ยอดทิศตะวันออก (E)
เทพีถือพระคัมภีร์ หมายถึงหน้าที่ในการสืบต่อเนื่องปรัชญาของศาสนาเพื่อให้มนุษย์มีทิศทางดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
ยอดทิศเหนือ (N)
เทวดาถือดอกบัว หมายถึงหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลต่อส่วนรวมจากคำสอนของศาสนาคือการสืบต่อศาสนาให้อยู่ในโลกต่อไป
ยอดทิศตะวันตก (W)
เทพีถือรวงข่าวและนกพิราบเกาะแขน หมายถึงหน้าที่ต้องรักษาความอุดมสมบูรณ์เพื่อสันติสุขแห่งชาวโลก
ยอดทิศใต้ (S)
เทวดาจูงเด็กและคนชรา หมายถึง หน้าที่ต้องสืบทอดเจนารมณ์ดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้ต่อเนื่อง ตั้งอยู่บนความเป็นมนุษยธรรม

ยอดสูงสุดตรงกลางเทวดาทรงม้า
หมายถึง หน้าที่ทั้ง 4 ยอดเล็ก รวมเป็นหนึ่งเดียวดั่งมหาวีรบุรุษ ที่ให้มวลมนุษยชาติสู่โลกอนาคตอย่างมีเป้าหมาย คือ ความสงบสุข สันติของโลก สถานที่แห่งนี้ปรารถนาให้มวลมนุษย์ได้ตระหนักถึงสัจธรรมแห่งชีวิต ตั้งจิตเพื่อฟ้าดิน มีชีวิตเพื่อมนุษยชาติ สืบต่อ วิทยาการสุดยอดจากปราชญ์ในอดีตและสร้างสันติสุขชั่วกาลนานแห่งมนุษยชาตินี้ คือเป้าหมายอันแท้จริงที่ศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ของมนุษย์ต้องการบรรลุ
ปราสาทสัจธรรม ใช้เวลาสร้างมากว่า 20 ปี โดยยังสร้างไม่เสร็จ รวมทั้งตัวปราสาจธรรมส้รางด้วยไม้และตั้งอยู่ใกล้กับทะเล ซึ่งเสี่ยงต่อการโดยไอทะเลซึ่งอาจทำให้ไม้ผุกร่อน ทำให้ยังมีการสร้างใหม่และบำรุงรักษาส่วนที่สึกหรออยู่ตลอดเวลาการก่อสร้าง นั้นต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากภายในปราสาทสัจธรรมจะมีพนักงานคอยให้ความรู้และอธิบายนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติด้วย โดยการเข้าชมภายในตัวทางปราสาจจะมีการแจกหมวยนิรภัยให้นักท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยสำหรับการเข้าชม

 
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทุกวันเปิดให้เข้าชม 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยและชาวต่างชาติ 500 บาท, เด็กความสูงไม่เกิน 110 เซ็นติเมตร 250 บาท เว็บไซต์ http://www.sanctuaryoftruth.com

กิจกรรมอื่นๆ
1. การแสดงศิลปะวัฒนะธรรมไทยวันละ 2 รอบ 11.30 น. และ 15.30
2. กิจกรรม( ไม่รวมค่าตั๋วเข้าชม)
– นั่งเรือสปีท โบ้ทชมปราสาท
– นั่งรถม้า
– รถ ATV
– BB. Gun
– ขี่ม้า
– นั่งช้าง
ที่ตั้ง – ติดต่อปราสาทสัจธรรม
ที่อยู่ :
206/2 หมู่5 ซอยนาเกลือ 12 อาคาร แหลมราชเวช ต.นาเกลือ (พัทยา) ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง ชลบุรี

 

การเดินทาง
รถยนต์ : จากพัทยาใช้ถนนสุขุมวิท เดินทางผ่านพัทยาเหนือสู่ตำบลนาเกลือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเขตนาเกลือ เลี้ยวขวาที่ซอย 12 ตรงเข้าไปจนเกือบสุดซอย มีซุ้มประตูขนาดใหญ่ของปราสาทสัจธรรมอยู่ทางขวามือ (ห่างจากพัทยาใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร)
รถโดยสาร : นั่งรถที่สถานีขนส่งเอกมัย กรุงเทพฯ-พัทยา ลงที่แยกนาเกลือ ค่ารถ 124 บาท เดินไปขึ้นสองแถว ลงนาเกลือ ซ.12 ค่าสองแถวคนละ 10 บาท แล้วเดินเข้าซอยอีก 800 เมตร

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไปด้วยกัน.com, Emagtravel.com

Related posts