รู้รึเปล่า!! น้องหมาก็เป็นโรคซึมเศร้าได้นะ

การสังเกตอาการและดูแลสุนัขป่วยเป็นซึมเศร้า
ช่วงนี้กระแสโรคซึมเศร้ากำลังเป็นที่สนใจและถูกแชร์อย่างมากมายบนโลกออนไลน์ เพราะทุกคนกำลังให้ความสนใจกับข่าวของ Wentworth Miller นักแสดงชื่อดังที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและกำลังต่อสู้กับโรคนี้

แล้วกับน้องหมาล่ะ เขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิด มีหัวใจ เขาจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแบบคนบ้างได้ไหม ?
พอเกิดคำถามนี้ขึ้นมาแอดมินจึงเริ่มรวบรวมและค้นหาข้อมูลอาการซึมเศร้าและไม่ร่าเริงของสุนัข เพื่อนำมาแชร์กับทุกๆ คนที่รักและเลี้ยงน้องหมากัน เรามาดูกันดีกว่าว่าอาการของโรคซึมเศร้าในสุนัขนั้น สังเกตอย่างไร ต่างจากอาการปกติของเขาอย่างไรบ้าง และเราจะต้องดูแลเขาอย่างไร
อาการซึมเศร้าของสุนัข สังเกตได้จาก
1. สุนัขจะยกขาหน้า 1 ข้าง
ต้องสังเกตดีๆ นะครับ ว่าเขาไม่ได้เจ็บขา หรือเพิ่งสะดุดหกล้มจนขากะเผลกๆ ลองเช็คด้วยการจับขาของสุนัขดู ถ้าเขาหวงขา จับแล้วร้อง นั่นแปลว่าเจ็บขาจากบาดแผลหรืออุบัติเหตุ แต่ถ้าไม่ใช่ ไม่มีอาการเจ็บขา หลายๆ คนก็ยังสงสัยอีกว่า แล้วที่สุนัขยกมือขอขนม อาหาร จะนับเป็นอาการซึมเศร้าด้วยหรือเปล่า ?
กรณียกขาเพื่ออ้อนเจ้าของกินขนมนี่ไม่นับนะครับ เพราะนั่นเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการถูกฝึก แต่ถ้าอยู่ดีๆ สุนัขก็ชอบยกขาหน้าบ่อยๆ แววตาดูไม่สดใส หูลู่ นั่นคือการบ่องบอกว่าสุนัขกำลังกังวล ไม่สบายใจกับอะไรบางอย่าง และไม่พร้อมที่จะอยู่ในสถาการณ์นั้นๆ


2. หางตกลู่ ตลอดเวลา
ข้อนี้เราๆ เข้าใจกันดี ว่าอาการหางตกลู่ คือการแสดงถึงความหวาดกลัว หวาดระแวงในสุนัข สุนัขมักจะแสดงพฤติกรรมนี้เมื่อถูกดุ กลัวใคร หรืออะไรบางอย่าง แต่ก็จะกลับมาสู่สภาวะปกติได้เมื่อผ่านพ้นสถานการณืนั้นไปแล้ว แต่กลับกัน หากสุนัขหางตกลู่ตลอดเวลา นั่นแปลว่าสุนัขกำลังหวาดกลัว ระแวง ไม่ไว้ใจผู้คน สถานที่ หรือสถานการณืรอบๆ ตัว

3. สุนัขงับหางตัวเองแล้วหมุนเป็นวงกลม
เป็นภาวะของการย้ำคิดย้ำทำ มีความเครียดสะสมในสุนัข ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจมาจากการที่สุนัขไม่มีกิจกรรมให้ระบายพลังงานสะสมในตัวเอง

4. เก็บตัวในซอก หรือที่แคบๆ
บ่องบอกถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัย การเก็บตัวในซอกแคบๆ ทำให้สุนัขอุ่นใจขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นเรื่องธรรมชาติของสุนัขที่จะชอบพื้นที่แคบๆ มีอะไรบังหัวคล้ายๆ ถ้ำ ซึ่งนั่นจะไม่แปลกเลยหากเขาอาศัยอยู่ในนั้นในช่วงเวลาพักผ่อน และยากปกติก็ออกมาวิ่งเล่นกับสมาชิกในครอบครัวตามปกติ แต่ถ้าสุนัขเอาแต่นอนซึม เก็บตัวในที่แคบๆ ทั้งวัน เรียกก็ไม่ยอมออกมา อาการนี้กำลังบอกกับเราว่า เขาไม่ไว้ใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างสูง


5. ซึม หงอย ไม่เล่น เรียกก็ไม่มาหา
อาการนี้ถ้ารุนแรงหน่อย สุนัขอาจจะมีอ้วกเป็นฟองสีเหลืองอกมาร่วมด้วย นั่นแปลว่าสุนัขเครียดครับ หรือกำลังเศร้า หนักๆ เข้าอาจไม่ยอมกินอาหารอีกด้วย แต่อีกกรณีหนึ่งก็คือสุนัขอาจป่วยด้วยโรคทางกายภาพอยู่หรือเปล่าจึงมีอาการเหล่านี้ หาไม่มั่นใจว่าเขากำลังป่วยหรือกำลังซึมเศร้าให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาโดยเร็วนะครับ


6. หาวบ่อยๆ
หากสุนัขหาวบ่อยๆ หากสุนัขไม่ได้กำลังอ่อนเพลีย ง่วง อยากจะพักผ่อน อาการหางของเขาอาจกำลังบอกเราได้ว่าเขากำลังรู้สึกอึดอัดใจ เครียด เบื่อ หรือกระวนกระวายใจอยู่

7. ทำตัวงอๆ ไม่ยอมให้จับ
แปลว่าสุนัขกำลังรู้สึกไม่ปลอดภัย ลักษณะท่าทางแบบนี้มักมีอาการหางตกลู่ หูลู่ไปทางด้านหลัง แววตาหวาดระแวงร่วมด้วย

8. กัดแทะขา หรือร่างกายของตัวเองจนเป็นแผล
ข้อนี้เป็นอีกข้อที่เจ้าของต้องสังเกตดีๆ ว่าที่เขากัดแทะร่างกายของตัวเองนั้น ไม่ได้เป็นเพราะความคัน หรือาการจากโรคผิวหนัง ถ้าเห็นมาแทะๆ ขาหรือหางของตัวเองให้เช็คดีๆ นะครับ อย่าเพิ่งเหมาว่าสุนัขกำลังเครียด กำลังซึมเศร้าไปซะหมด แต่ถ้าสุนัขไม่ได้เป็นโรคผิวหนังแต่กัดแทะตัวเองจนเป็นแผล นั่นแสดงว่าเขากำลังเครียดมาก ย้ำคิดย้ำทำ เบื่อหน่ายสะสมอย่างสุดๆ

 


9. หูตกลู่ไปด้านหลัง แววตาเศร้าไม่สดใสร่าเริง
ดวงตาของสุนัขไม่เคยโกหก หากเขาป่วยจะแสดงออกได้ทางแววตาทันที คือขุ่นมัว ไม่สดใสเป็นประกายเท่ายามปกติ (ไม่นับสุนัขที่มีอาการป่วยทางดวงตาจำพวกต้อนะครับ อย่าสับสน)

 

ลองเช็คอาการเหล่านี้กับสุนัขที่บ้านของทุกคนดูนะครับ ว่ามีข้อใดข้อหนึ่งตรงหรือเปล่า หากมีข้อที่ตรงกับที่กล่าวมา อย่าเพิ่งตกอกตกใจ ให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเขาด้วย สุนัขจะซึมเศร้านั้นต้องมีสาเหตุ ไม่ใช่อยู่ๆ เขาก็เป็นเลย ซึ่งสเหตุดังกล่าวอาจมีหลายๆ อย่าง เช่น
• มักถูกทอดทิ้งให้อยู่ตัวเดียวบ่อยๆ
• มีสุนัขตัวใหม่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย
• เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของหรือเปล่า
• มีการย้ายบ้าน ย้ายที่อยู่
• เจ้านายหรือเพื่อนหมาที่เขารักและสนิทจากไป
• ฯลฯ
ภาวะซึมเศร้าของสุนัขนั้นเกิดขึ้นมาจาก การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของสุนัข ผู้เลี้ยงต้องสังเกตสถานการณ์แวดล้อมรอบๆ ตัวของเขาด้วยนะครับ มีมีอะไรบ้างที่เข้าข่ายและส่งผลกระทบทางจิตใจของสุนัขบ้าง

 

หากพบว่าสุนัขป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เราสามารถดูแลเขาให้ดีขึ้นได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ?
1. สุนัขป่วยที่หัวใจ ก็ต้องรักษาด้วยหัวใจ
เจ้าของควรมีเวลาเอาใจใส่สุนัขมากกว่าเดิม ชวนเล่น ชวนพูดคุย กอดหอม สื่อสารด้วยภาษาพูดแลภากายของเราว่าเรารักและแคร์เขา สุนัขอาจไม่หายในทันที แต่ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
2. พาสุนัขไปเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์และเข้าสังคม
การพาสุนัขอกไปเดินเล่น ถือเป็นการฝึกเข้าสังคมอย่างหนึ่ง สุนัขจะหลุดออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่ชักจูงจิตใจของเขาให้จมอยู่กับความเศร้าเสียใจได้เป็นอย่างดี


3. หากิจกรรมมาทำร่วมกันให้มากขึ้น
เช่น การพาสุนัขไปออกกำลังกาย ว่ายน้ำ วิ่งเล่น เล่นโยนสิ่งของให้เขาคาบ ฯลฯ การหากิจกรรมทำร่วมกันเป็นหนทางการระบายพลังงานที่อยู่ในตัวสุนัขออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับสุนัขที่แสดงอาการย้ำคิดย้ำทำอย่างเช่น กัดแทะตัวเองจนเป็นแผล งับหางตัวเองแล้วหมุนๆ ฯลฯ
4. ปรับภาษากายของสุนัขด้วยการยกหางเขาขึ้น
ใช้ได้ดีกับกรณีของสุนัขที่หวาดกลัว หางตกลู่ แนะนำให้เจ้าของค่อยๆ ยกหางของเขาขึ้น เพื่อลดความไม่มั่นใจและการหวดกลัว ลองทำบ่อยๆ เวลาที่สุนัขเอาหางจุกก้น มันคือการช่วยให้สุนัขปรับท่าทางของตัวเองให้ค่อยๆ กลับมามั่นใจได้มากขึ้นอีกหนทางหนึ่ง
5. พาสุนัขไปพบสัตวแพทย์
เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง สุนัขนั้นเป้นสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจ มีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างไปจากเราๆ พวกเขาจึงสามารถเกิดอาการป่วย ซึมเศร้าได้ หากเราดูแลเขาและเอาใจใส่เขามากขึ้น เพิ่มกิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกันแล้วสุนัขยังไม่ดีขึ้น การมาพบสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยา ก็เป็นหนทางในการรักษาที่สำคัญทางหนึ่งที่เจ้าของไม่ควรละเลย

ลองเช็คและสังเกตอาการเจ้าตูบที่บ้านกันดูนะครับ อย่าวางใจหากพบว่ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับสุนัขขอคุณ เราเลี้ยงเขาแล้ว และเขาก็เป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว อะไรที่เราจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ในใจของเขาได้เพื่อให้เขามีความสุข สบายใจ สดใสร่าเริง แอดมินเชื่อว่าเจ้าของทุกคนยินดีทำอย่างแน่นอน ส่วนใครที่น้องหมากำลังมีอาการเหหล่านี้ก็สู้ๆ นะครับ หากสะดวกก็แวะมาเล่าให้แอดมินฟังบ้าง หรือจะตั้งกระทู้ถามในเว็บบอร์ดของเราก็ได้ แอดมินจะคอยช่วยหาข้อมูลและตอบคำถามให้ครับ


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

Understanding Dog Body Language and Verbal Clues


https://en.wikipedia.org/wiki/Dog_communication
http://www.caninenannyservices.com/UnderstandingDogBehavior.html
http://www.petprofessionalguild.com/DogBodylanguage

Related posts